ใครกันที่ทำให้ฉันรัก
posted on 10 Feb 2008 02:21 by realtuckรักฉันเรียกว่าเธอ
ฟังเพลงนี้บ้างรึยัง เราว่าเพลงนี้น่ารักดีนะ
นักร้องก็ เด็กๆ สดใสๆ ฟังแล้วก็สบายหูดี
กาแฟลาว

ใครจะรู้ ประเทศลาวเค้ามีของดีเหมือนกันนะนี่
www.daoheuangcoffee.com/
นี่ก็โปรโมทให้ซะเลย
จะเบื่อหรือยัง น๊า กับการรีวิวหนังสือ วันนี้มีมาฝาก 3 เล่ม นะคะ
วันนี้จะเป็นหนังสือ ที่เกี่ยวกับภาพยนต์อีกแล้ว แต่คราวนี้ เป็นภาพยนต์
ต่างประเทศกันบ้างละ
" โรงงานช็อคโกแล็ตมหัศจรรย์ " คุ้นกันอีกแล้วแน่ หนังสือเล่มนี้เค้าก็
ทำเป็นภาพยนต์ เด็กๆ หลายคนคงจะชอบเรื่องนี้ เพราะเป็นหนังจินตนาการ
อีกเรื่องหนึ่งที่ น่ารัก
หนังสือเล่มนี้อ่านสนุกมากๆ ตลก น่ารัก และร่ำรวยจินตนาการ
ฝีมือการเขียนหนังสือเยาวชนของดาห์ลดีมาก ในบทแรกที่ผู้เขียนแนะนำชาร์ลีให้ผู้อ่านได้รู้จัก
เราก็รักเด็กคนนี้และครอบครัวของเขาเสียแล้ว
การเอาใจคนอ่านไปได้ตั้งแต่ต้นทำให้การอ่านมีอรรถรส
ด้วยผู้อ่านจะได้ร่วมดีใจกับชาร์ลี หรือได้เสียใจไปกับเขา
โครงเรื่องนี้เปิดมาพอให้คนอ่านเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้น ดาห์ลก็ยังเก่งมากที่ทำให้คนอ่านลุ้นไปด้วยอย่างยิ่ง
ตัวละครอื่นในเล่มก็มีสีสันน่าสนใจ โดยเฉพาะ วิลลี่ วองก้า
เจ้าของโรงงานบุคลิกที่จะทำให้คนอ่านขำบ่อยๆ กับคำพูดของเขา
เรื่องนี้มีทั้งความลึกลับ การผจญภัย สิ่งมหัศจรรย์พิเศษต่างๆ
ดังชื่อเรื่อง เช่น ลูกอมหวานชั่วนิรันดร์ หรือ กระดาษปิดผนังห้องเด็กที่เลียได้
ในนั้นมีลวดลายผลไม้ต่างๆ เมื่อเลียตรงไหนก็จะได้รสชาติตามรูปนั้น
ในเล่มมีประดิษฐกรรมน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย อ่านเพลินทั้งนั้น
แฟนตาซีในเรื่องนี้น่ารักและคงทำให้ใครที่รักของหวานถึงละเมอ
อยากเข้าไปอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย
และอีกเล่มก็เป็นคนเขียนคนเดียวกับเรื่อง โรงงานช็อคโกแลค เลย
คือ คุณ โรอัลด์ ดาห์ล คนนี้เค้าก็เขียนหนังสือ แล้ว สามารถเห็นภาพเลยนะ
มีภาษาที่สนุก ใครๆก็สามารถอ่านได้ อ่านแล้ว มีความสุขไปกับจินตนาการของเขา
" ฅนซื่อบื้อ / THE TWITS "
ผู้เขียนได้แสดงพฤติกรรมของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งอาจจะเรียกว่า "ฅนซื่อบื้อ"
ในนิยามว่าบ้าๆ บ๊องๆ ไม่รู้จักกาลเทศะ โดยเฉพาะตัวละครในเรื่องมีอุปนิสัยพิเศษ
คือ ชอบกลั่นแกล้งกัน ชอบคิดและทำสิ่งชั่วร้าย เป็นฅนสกปรก
ไร้ความเมตตากรุณาต่อเด็กและสัตว์
ตอนกลางของเรื่องจนถึงตอนจบ ผู้เขียนแสดงภาพเปรียบเทียบระหว่างสามีภรรยาคู่นี้กับพวกสัตว์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่ฉายให้เห็นความคิดและจิตใจ
ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสรุปได้ว่า "สามีภรรยาคู่นี้คือตัวแทนของฅนชั่วคนเลว"
เมื่ออ่านจบแล้ว เชื่อว่าผู้อ่านจะค้นพบอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
ที่นักเขียนยอดนิยมฅนนี้ได้แอบซ่อนไว้อย่างชาญฉลาด
และมาหนังสือเล่มสุดท้าย คราวนี้จะเปลี่ยนแนว
จากหนังสือ แนว นวนิยาย แฟนตาซี เป็นหนังสือแนวแฉ เป็นไง
เปลี่ยน แหวกแนวไปเลยเนอะ เล่มนี้ เรื่องว่า
" ไก่กาParadise "
บทแรกเริ่มต้นด้วยคำถามว่า
"ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ แล้วเกย์เล่า มาจากดาวดวงไหน"
...
อ่านไปคงรู้แล้วว่า หนังสือเล่มนี้ เค้าจะแฉ คนกลุ่มใน แต่เค้าไม่ได้แฉแบบไม่ดีนะคะ
ด้วยยุคสมัยนี้มีหนังสือแนว "แฉ" ทุกรูปแบบออกมาเกลื่อนแผง
แต่หนังสือเล่มนี้น่าอ่านเพราะไม่ใช่เป็นหนังสือออกมาแฉชีวิตเกย์
ไม่ได้เจตนาให้มีเนื้อหากระแทกความสนใจคนอ่าน เพียงแต่เล่าเรื่องชีวิตหลากรสชาติ
ที่มีเสน่ห์คือเล่าอย่างคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก
เข้าใจชีวิตจนไม่วูบวาบไปกับอะไรง่ายๆ มุมมองที่ได้จากการอ่านถึงเป็นมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่
ไม่ร้อนแรง แต่เยือกเย็นและสนุก
บทความอื่นๆ ในเล่มเล่าเรื่องของผู้คนต่างๆ ส่วนมากเป็นเรื่องความรักความหลง
การตกหลุมรัก-การเลิกรัก เล่าอารมณ์โกรธาริษยา
ไปจนถึงโศกาอาลัย มีเรื่องรักของเกย์กับเด็กหนุ่มหน้าตาดี
การซื้อขายบริการทางเพศระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย
เด็กหนุ่มในสีลมซอยสี่กับประสบการณ์ไปต่างประเทศกับฝรั่งคู่ขา เรื่องของเอดส์
..... ..
"ดูซิ พวกหล่อนก็ยังทนผู้ชายเหี้ยๆ พวกนี้อยู่อีก ฉันนะ
แค่นึกว่าต้องแบ่งผัวให้ชะนีใช้ ฉันก็สะอิดสะเอียนแล้ว
นี่อยากรู้เหมือนกันว่าเวลาพวกชะนีรู้ว่าผู้ชายเคยนอนกับกะเทย พวกมันจะรู้สึกยังไง"
ในเล่มยังมีบท จี๋จ๋อกับซ้อเจ็ด เป็นจินตนาการการสัมภาษณ์ซ้อเจ็ดที่ตลกดี
บทสนทนาของคนอีกคู่ที่อ่านได้ฮามากคือกุ๊ดจี่กับแมงกะพรุน
นอกจากขำแล้วยังเสียดสีสังคมเจ็บแสบไม่น้อย อย่างเช่นทั้งคู่บอกว่าภาพ
คำเตือนบนซองบุหรี่ยังมีไม่ครบ เมื่อถามว่ายังขาดอะไรไป
หมดแล้ว หมดเปลือกเลย วันนี้ รีวิว จนเหนื่อยแล้ว เล่มสุดท้ายนี้
น่าจะมีคนชอบบ้างนะคะ เพราะ บางทีอ่านแนวนวนิยายก็จะหลับเอาได้
มาอ่านแนว"แฉ"นี่ก็ ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
วันนี้จะมา REVIEW BOOK 2 เล่มนะคะ
"
"
หนังสือที่สนใจเล่มแรมก็คือ "ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ" ชื่อเรื่องคุ้นๆมั้ยคะ
ชื่อเหมือนเพลงๆหนึ่งเลยเนอะ ใช่แล้ว หนังสือเล่มนี้คนแต่งก็คือ นักร้องหนุ่ม
สุดเซ่อร์ ตุล ไวฑูรเกียรติ แห่งวง อพาร์ทเมนต์คุณป้านั่นเอง ศิลปินที่เขียนเพลง
เพราะๆจะเขียนหนังสือเป็นไงน๊า
พิมพ์ครั้งแรก: สิงหาคม 2550
โดย: ตุล ไวฑูรเกียรติ
ตุลเขียนได้โดนใจอีกแล้ว ทั้งคมความคิดและการร้อยเรียงถ้อยคำ ผลงานเล่มนี้ คืออีกก้าวสวยงาม
ของชายหนุ่มผู้สร้างเพลงด้วยบทกวี และร่ายบทกวีเป็นเสียงดนตรี
บทกวีจากใจใส่ในหนังสือของเขา
เงาสะท้อนของใคร
เงาสะท้อนของใคร
หล่นลงกระทบผิวน้ำ
เกิดเป็นระลอกคลื่น
เคลื่อนไหวไปตามเส้นรอบวง
ฉันแหกปากร้องเรียกเธอในนิทรา
ความมืดได้ปิดประสาทสัมผัส
ของเรา...
ความเหนื่อยอ่อนได้เข้ามาลูบคลำ
เก้าอี้ตัวเดิม
ที่เธอเคยนั่งอยู่
โดยไม่สนใจการเคลื่อนไหวของฉัน
..
ทุกๆ ครั้งที่มีความรัก
เรามักจะปล่อยโอกาสหลุดลอยไป
ด้วยเกรงว่าจะเสียฟอร์ม
เสียเพื่อน
เสียใจ
เสียเครดิต
ไอ้ห่า! การที่จะต้องกลับมาบ้าน
กระวนกระวายคิดถึงการไปถนนพระอาทิตย์
ในมุมมองของเราเองก็คือการเสียอิสรภาพ
ในการเป็นตัวของตัวเองไปแล้ว
สงครามยังไม่เกิด
เราแพ้ไปแล้วครึ่งทาง
ความรักยังไม่เกิด
แต่เราร้องไห้ไปแล้วครึ่งใจ
ในความงดงามของเธอ
ยังมีความงดงามของฉันครึ่งหนึ่ง
ซึ่งกำลังถูกโยนทิ้งลงแม่น้ำ
จะจมหรือจะลอยก็คงไม่ต่างอะไร
มันคงจะถูกเก็บกลับมาใช้ประโยชน์ไม่ได้
ฉันขออนุญาตเธออีกครั้ง
ในการบอกรักเธอผ่านโทรศัพท์
ที่ยังไม่เคยได้รับการชาร์จแบตเตอรี่
ความเงียบที่ปลายสาย
คือน้ำแข็งที่ละลายในใจฉัน
ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ มีชื่อเรื่องน่าประทับใจ ชวนอ่าน แถมหน้าปกและรูปเล่มยังสวย
ทำให้อยากรู้จักบทกวีในเล่มขึ้นมา บทกวีเหล่านี้เป็นกลอนเปล่า เป็นบทกวีเนื้อหาสมัยใหม่เกี่ยวกับความรัก อ่านเพลิน และเขียนถึงอารมณ์รักได้ดีจนอยากแนะนำ บทกวีในเล่มบอกถึงอารมณ์ต่างๆ
ของความรัก ตั้งแต่การแอบรัก ตกหลุมรัก มีความรัก คิดถึง เลิกรัก
และการหวนกลับไปมองความรักที่จบลงแล้ว
เล่มนี้พอแค่นี้แล้วกันนะคะ มาต่ออีกเล่มหนึ่งดีกว่า
/////////////////
อีกเล่ม แค่ชื่อก็ คุ้นๆกันอีกแล้ว คือเรื่อง "แฟนฉัน" เรื่องนี้มีทั้งภาพยนต์ เพลงประกอบ
ฮิตจริงๆคะเรื่องนี้ แต่เล่มนี้ก็พิมพ์มานานแล้วแหละ แต่ก็จะมารีวิวดู เพราะ เป็นหนังที่คิดว่าหลายคน
คงจะประทับใจ
"แฟนฉัน" เป็นภาพยนตร์เด็กที่เป็นปรากฏการณ์ไปแล้วด้วยรายได้สูงกว่า 130 ล้านบาท
หนังสือเล่มนี้เล่าถึงบางเบื้องหลังในปรากฏการณ์นี้ หนังสือเล่มนี้ดูเผินๆ อาจทำให้นึกไปว่าเป็นหนังสือที่ขายให้แฟนหนังที่พร้อมจะชื่นชอบ
ซึ่งไม่ว่าเนื้อหาในเล่มจะเป็นเช่นไร ผู้ที่รักหนังเรื่องนี้ก็พร้อมจะนิยม แต่เนื้อหาในเล่มไม่ได้ทำขึ้นเพื่อขายความฉาบฉวยอย่างนั้นเลย
แต่เป็นหนังสือเบื้องหลังของหนังที่ทำได้ดีและมีคุณค่าน่าอ่าน
"แฟนฉัน" ออกขายตั้งแต่หนังเริ่มฉายใหม่ๆ ดังนั้นย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจะมีแฟนหนังมาอุดหนุนมากน้อยเพียงใด
แต่คุณภาพในเล่มนี้ทำได้ดีอย่างหนังสือที่ไม่ได้กะทำขายเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในเล่มมีบทสัมภาษณ์กับผู้คนเบื้องหลังต่างๆ ทั้งผู้กำกับ
ทีมงานสร้าง ผู้ดูแลการตลาด สารที่คนเหล่านี้บอกไว้นั้นอ่านได้น่าติดตามอย่างสนุกมาก
คำถามต่างๆ ก็น่าสนใจ และคำตอบเหล่านั้นยิ่งน่าสนใจกว่า
ที่คุณค่าและคุณภาพในเล่มนี้มีมากกว่าการทำเพื่อขายแฟนหนัง ก็เพราะบทสัมภาษณ์ผู้คนในเล่มทำให้เราได้รู้มุมมองใหม่ๆ
และได้รับรู้เบื้องหลังบางเสี้ยวของการทำหนังเรื่องนี้ และยังเป็นข้อมูลครบครันจากผู้ร่วมงานหลายฝ่าย อีกทั้งยังมีเนื้อหาน่าสนใจอื่น เช่นมีบทบันทึกเหตุการณ์ในช่วงปี 2527 - 2529 อันเป็นฉากเวลาของหนัง
นอกจากนี้ หนังเรื่องนี้ใช้ผู้กำกับถึง 6 คน เบื้องหลังการทำงานนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย
"ภาพในอดีต จริงๆ แล้วไม่เคยจากเราไปไหน"
เป็นไงบ้างขี้เกลียจอ่านแล้วแน่ๆ หนังสือดียังมีอีก ไว้คราวหน้าจะมา รีวิว หนังสือ ต่อ
ถ้าใครสนใจก็ แวะเข้ามาอ่าน Blog เราบ่อยๆนะคะ
edit @ 2 Feb 2008 15:32:00 by [ t u c k ]
Radio Spot : Dtac feel goood *
ก็เป็นสปอตที่น่าฟังดี ฟังแล้วสบายใจ feel goood สมชื่อเลย
ทุกครั้งก็ยังสงสัย เมื่อทำอะไรที่ดูไม่มีความหมาย..โอว
อยากจะยืน อยากจะงง อยากจะหลงทาง..บ้าง
อยากจะใช้ อยากจะลอง รองเท้าคนละข้าง
อยากจะขีดจะเขียน จะผิดจะเพี้ยนก็เป็นบางครั้ง...ไม่รู้ทำไม
ไม่มีเหตุผล ไม่มีความหมาย เเค่อยากทำอะไรตามใจ..ก็เท่านี้
ไม่มีเหตุผล..ลูว..สบายใจ..ลัลลาลาล้า ฮู้ฮูวว..
อยากจะทำก็ทำ อย่าไปคิดให้มากมาย เเค่นี้...ฉันสบายใจ !!
:)
ทั้งหมดนี้ดีแทคทำให้อยู่ภายใต้คำจำกัดความ "Re-Feeling"
ที่ดีแทคคาดหวังให้ผู้บริโภครู้สึก Feel Goood
กับการนำเสนอรูปแบบบริการใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์
พร้อมกับสีสันสดใสของโลโก้ใหม่ “FAN“ หรือสัญลักษณ์ “ใบพัดสีฟ้า”
ซึ่งคำว่า “แฟน” ยังหมายถึงบุคคลที่มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันอีกด้วย
edit @ 30 Jan 2008 23:16:20 by [ t u c k ]
edit @ 30 Jan 2008 23:20:22 by [ t u c k ]
edit @ 30 Jan 2008 23:22:37 by [ t u c k ]
วันนี้จะเอาประวัติของของเล่นที่กำลังฮิตในช่วงนี้มาฝาก
เราคิดว่าน่าจะฮิตในหมู่สาวๆมากกว่านะ เพราะมันคือ ตุ๊กตา นั่นเอง


Blythe อ่านออกเสียงว่า ‘ Blahyth ‘ หรือ ‘ Blind ‘ (บลายธ์)
เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบขึ้นในปี 1972
โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐ ฯ นามว่า Kenner
ภายใต้ concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตา
ดังนั้นโมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe , Karess , Willow และ Skye
จึงถูกคิดค้นขึ้นมา หลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่น
อย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates
หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นที่สำคัญ และมีชื่อเสียงที่สุดในโลกให้ดีไซน์ปลุกปั้น
ตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น แล้วนับแต่นั้นมา เด็กๆทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้
และนี่ก็เป็นน้องไบร์ทของเราเอง อันนี้เจเจซื้อให้ในวันเกิด
เป็นไงบ้างพอได้อ่านแล้วอยากเล่นแต่งตัวตุ๊กตาเหมือนเรารึเปล่าน๊า
>>
<<
ถ้าใครสนใจก็ลองเข้าไปดูได้แนะนำเวปนึง
http://www.blythethailand.com
:D
edit @ 26 Jan 2008 00:28:42 by [ t u c k ]
“Scary things happen in the dark”
ถ้าไม่มีแสงสว่างนี่ คงจะทำอะไรผิดไปหลายสิ่งหลายอย่างเลยนะนี่
นี่ก็เป็น Ad ของ Energizer อีกตัวหนึ่งที่นำเอา ชีวิตประจำวันของเรามาทำออกมาเป็น Ad
และอีกอัน
Advertising Agency: JWT, San Juan, Puerto Rico
Creative Director: Jaime Rosado
Art Director: Johanna Santiago
Copywriter: Miguel Fernández
สีสันสดใสสวยงาม และก็ไม่ต้องมี่copy อะไรมากมายก็สามารถดูแล้วเข้าใจ
เด็กๆดูแล้วก็ชอบอีกด้วย เพราะว่าเป็นการ์ตูน
ไปดู DVD ดีกว่า หิวด้วย กิกิ

มาถึงปีชวด ปีหนู ๒๕๕๑ เจ้าหนูผู้ไม่อยู่นิ่ง
เราไม่ได้เกิดปีหนูนะ เราเกิดปีเสือ แต่เราก็ไม่ได้ดุเหมือนเสือ
และเราก็ไม่ได้ชอบหนูเราชอบกระต่ายมากกว่า แหะๆ :P
อ่านดวงที่เวปๆนึงเค้าบอกว่า คนที่เกิดปีหนูนั้นจะหัวไว ทำอะไรต่อ
มิอะไรเสร็จไวกว่าคนอื่นมาก นอกจากนั้นจะมีความมั่นใจสูงและมี
สัญชาติญาณที่ดีด้วย และเรื่องความรัก หลายๆคนที่เกิดปีนี้ก็คงจะอยากรู้
ว่าเป็นยังไง เค้าบอกว่า ด้วยความว่องไวปราดเปรียวของหนูแล้ว จึงทำให้
ความรักของคนที่เกิดปีนี้อลเวงร้อนแรงทั้งหญิงและชาย คนที่เกิดปีหนูเนี้ย
มีเสน่ห์นะใครเห็นก็หลงใหลปลากปลื้ม แต่คนที่เกิดปีนี้มักจะไม่จริงจังกับ
แก่นสารสาระของชีวิต
รวมๆแล้วก็มีทั้งดีและไม่มีแหละ ปนๆกันไป

ARE YOU MADD
โครงการประกวด Campaign โฆษณาทั่วประเทศ
MADD AWARDS 2008 ชิงทุนการศึกษา 200,000 บาท
กับ COKEZERO
สนใจก็ประกวด วันเสาร์ 12มกราคม 2551 นี้
ไปรับบรีฟงานกันได้เลยนะคะที่ ม.กรุงเทพกล้วยน้ำไท 13.30 น.
หรือ ได้ทาง website
http://www.bu.ac.th/
http://buca.bu.ac.th/madd/
ไดเดียดีก็เอาตังส์ไปกินขนม อิอิ 
edit @ 9 Jan 2008 17:58:41 by [ t u c k ]